นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา พร้อมด้วยคณะทำงานระดับสูงฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า ได้มีกำหนดเดินทางเยือนเอเชียเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 หรือกลุ่มประทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 20 อันดับแรก ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงนิวเดลลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2566 นอกจากนั้น นายกฯ ยังมีกำหนดการเยือนอีก 2 ประเทศในเขตอาเซียน คือ อินโดนีซีย สิงคโปร์ เพื่อหารือแผนยุทธศาสตร์การค้าอินโด-แปซิฟิก เพื่อหวังเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมระหว่างกัน

 

ในการนี้ ผู้นำแคนาดาได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเข้าร่วมหารือ ASEAN Summit ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2566 ไว้ว่า แคนาดามีแผนจัดตั้งสำนักงานการค้าของแคนาดาในกรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการส่งออกของประเทศ และให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการแคนาดาสามารถเข้าถึงตลาดการค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

กล่าวได้ว่าโอกาสทางการค้าระหว่างแคนาดาและกลุ่มสมาชิกอาเซียนเริ่มขยายตัวมากขึ้น อีกทั้งแคนาดาได้ยกย่องอาเซียนเป็นศูนย์กลางของอินโด-แปซิฟิก ภายหลังที่ความสัมพันธ์การค้าระหว่างแคนาดาและจีนยังคงมีความเย็นชาต่อกัน แคนาดาจึงต้องมีการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับความร่วมมือกับชาติอื่นแทนที่

 

ซึ่งจากการพบปะระหว่างผู้นำ 2 ชาติที่ประเทศอินโดนีเซียล่าสุดนี้ รัฐบาลแคนาดาได้มอบเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 260 ล้านบาท) ให้แก่รัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อช่วยเหลือกับการรับมือโรคระบาดที่อาจเข้ามาตลอด 5 ปีข้างหน้า และอีก 13 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 338 ล้านบาท) สำหรับโครงการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ นอกจากนั้น ยังให้เงินกู้ยืมจำนวนกว่า 100 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 2,600 ล้านบาท) สำหรับโครงสร้างพัฒนาระบบน้ำที่สะอาดและพลังงานแสงอาทิตย์ในอินโดนีเซียให้มากขึ้น

 

ด้านนายเวนน์ ฟาร์มเมอร์ ประธานสภาธุรกิจแคนาดา-อาเซียน กล่าวว่า การเดินทางของผู้นำแคนาดาครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริมการค้าการลงทุนที่เปิดกว้างระดับภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจากนี้หวังปูทางไปสู่การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ระดับรัฐมนตรี และระดับผู้นำ ในการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญๆ เพื่อนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

 

ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค. – ก.ค. 2566) การค้าระหว่างอาเซียนและแคนาดา มีมูลค่า 16,459.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 12,700.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 3,759.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญไปแคนาดา ได้แก่ เครื่องจักรกลไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และรองเท้า และสินค้านำเข้าสำคัญจากแคนาดา ได้แก่ ธัญพืช เครื่องจักรกล ปุ๋ย เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ และเครื่องจักรกลไฟฟ้า

 

ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของแคนาดาในภูมิภาคอาเซียน (อันดับ 1 คือ เวียดนาม) โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค. – ก.ค. 2566)  มีมูลค่าการค้ารวม 2,495.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 2,011.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากแคนดา 484.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เตาอบไมโครเวฟ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยที่ผ่านมาปี 2565 น.ส.แมรี่ อิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ส่งเสริมการส่งออก ธุรกิจขนาดเล็ก และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของแคนาดา ได้มีโอกาสเยือนไทยเพื่อหารือถึงการเจรจาการค้า (FTA) อาเซียน-แคนาดา พร้อมผลักดันให้การเจรจาบรรลุผลโดยเร็ว เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจทั้งของไทยและอาเซียนกับแคนาดา โดยหวังเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของทั้งสองภูมิภาคให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

 

ที่มา: Canada’s promised Indo-Pacific trade representative to be based in Jakarta: Mary Ng – BNN Bloomberg

โดย…สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

thThai