บริษัทวิเคราะห์ด้านการตลาด NielsenIQ กล่าวว่าในปี 2024 ที่ผ่านมาสถานการณ์การบริโภคฝรั่งเศสโดยรวมได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในทุกฤดูกาล วิกฤตด้านราคาสินค้าวัตถุดิบ นอกเหนือจากนั้นนโยบายของผู้ประกอบการห้างค้าปลีกแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผลประกอบการของสินค้าอาหารแต่ละประเภทขยายตัวไม่เท่ากัน โดยผู้ประกอบการสินค้าอาหารที่มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุด 10 อันดับแรกเมื่อเทียบจากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นในห้างค้าปลีกฝรั่งเศสประจำปี 2024 ได้แก่
- อันดับที่ 1 ได้แก่ ช็อคโกแลตจากแบรนด์ Ferrero Rocher, Kinder และ Nutella ของบริษัท Ferrero ประเทศอิตาลี ผลประกอบการปี 2024 เพิ่มขึ้นถึง 173 ล้านยูโรจากปี 2023
- อันดับที่ 2 ได้แก่ ช็อคโกแลตของบริษัท Mars จากสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยแบรนด์ M&M’s, Twix และ Maltesers ผลประกอบการในปี 2024 เพิ่มขึ้น 88 ล้านยูโร จากปี 2023
- อันดับที่ 3 ได้แก่สินค้าช็อคโกแลตแบรนด์ Lindt จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 80 ล้านยูโร
- อันดับที่ 4 ได้แก่เครื่องดื่มบำรุงกำลัง Redbull ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 70 ล้านยูโร หรือร้อยละ 24 จากปี 2023 ที่ไม่มีการปรับราคาสินค้า และราคาน้ำตาลที่เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบยังมีการปรับตัวลดลงในปี 2022 ซึ่งสำหรับบริษัท NielsonIQ แบรนด์ Redbull ถือเป็นผู้นำตลาดของสินค้าเครื่องดื่มบำรุงกำลังอย่างที่ไม่มีแบรนด์อื่นสามารถแทนที่ได้
- อันดับที่ 5 ได้แก่ บริษัท JDE ผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์สินค้ากาแฟ L’Or, Senseo และ Tassimo จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 57 ล้านยูโร โดยเฉพาะแบรนด์ L’Or เป็นผู้นำตลาดสินค้ากาแฟอันดับหนึ่งในฝรั่งเศส โดยในปี 2024 มีการเปิดหน้าร้านแบรนด์ L’Or แห่งแรกในย่าน Saint Germain ใจกลางกรุงปารีส
- อันดับที่ 6 บริษัท Altho ผู้ประกอบการสินค้าอาหารทานเล่นของฝรั่งเศสจากแคว้น Brittany ทางตอนเหนือของประเทศ เจ้าของแบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบ Brets ที่มีปริมาณขายสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ในปี 2024 ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35 หลังจากที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้วถึงร้อยละ 37 ในช่วงระหว่างปี 2022-2023
- อันดับที่ 7 บริษัท Sodebo ผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานของฝรั่งเศส ในชื่อ แบรนด์เดียวกัน ได้แก่ พิซซ่าสำเร็จรูป, พาสต้าบ๊อกซ์พร้อมอุ่นรับประทาน ฯลฯ
- อันดับที่ 8 บริษัท Balilla ผู้ประกอบการผลิตเส้นพาสต้า,ซอสและขนม จากประเทศอิตาลี
- ลำดับที่ 9 บริษัท Bel ของฝรั่งเศส เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เนย La Vache qui rit และผลิตภัณฑ์อาหารทานเล่นสำหรับเด็กที่ทำจากผลไม้บดแบรนด์ Pom’Potes
- ลำดับที่ 10 บริษัท LDC แบรนด์ผู้ผลิตเนื้อไก่ Loué และแบรนด์อาหารสำเร็จรูป Marie
จะเห็นได้ว่าในบรรดาสินค้าทั้งหมด 10 อันดับ ใน 3 อันดับแรกเป็นสินค้าประเภทเดียวกันได้แก่ สินค้าช็อกโกแลตจากแบรนด์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้นำตลาด ซึ่งการที่ผลประกอบการสินค้าช็อคโกแลตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากราคาขายปลีกสินค้าช็อคโกแลตปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาต้นทุนวัตถุดิบของตลาดโลก และความต้องการบริโภคสินค้าประเภทขนมหวานดังเช่นช็อคโกแลตได้เพิ่มมากขึ้น
ในขณะที่สินค้าช็อคโกแลตมีอัตราการขยายตัวของผลประกอบการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในบรรดาสินค้าทั้งหมด แต่สินค้าที่มีปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นสูงที่สุดได้แก่เครื่องดื่มบำรุงกำลัง Redbull
สำหรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี 2024 ในช่วงระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม – 5 มกราคมที่ผ่านมาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ขายดีสามอันดับแรกในห้างค้าปลีก ได้แก่ แบรนด์ Ricard เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปาสติส (Pastis) ระดับ 45 ดีกรีบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร เป็นเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุด มียอดขายในช่วงระยะเวลานี้เพียงอย่างเดียวคิดเป็นมูลค่า 23.5 ล้านยูโร และขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปี
- สินค้าที่ขายดีเป็นอันดับที่ 2 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ได้แก่ ช็อคโกแลต Ferrero Rocher ผลประกอบการเฉพาะช่วงเวลานี้คิดเป็นมูลค่า 17.5 ล้านยูโร
- อันดับที่ 3 ได้แก่ น้ำเปล่าแพค 6 ขวด 1.5 ลิตร แบรนด์ Cristaline ผลประกอบการมูลค่าในช่วงเวลาเดียวกันคิดเป็นมูลค่า 1 ล้านยูโร
เครื่องดื่มยี่ห้ออื่นๆที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลปลายปี ได้แก่ น้ำดื่มโคคาโคลาขวดขนาด 1.75 ลิตร และแชมเปญแบรนด์ Nicolas Feuillatte ซึ่งเป็นแชมเปญยี่ห้อที่ขายดีที่สุดในห้างค้าปลีก ในขณะที่แชมเปญยี่ห้อ Le Mumm Cordon Rouge ของบริษัท Ricard ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 11 ตามหลังเครื่องดื่มโคคาโคลาขนาด 33 ซล. และเครื่องดื่มแชมเปญปราศจากแอลกอฮอล์แบรนด์ Champomy
บริษัท NielsenIQ ประเมินว่าบรรยากาศการบริโภคโดยรวมภายหลังเทศกาลเฉลิมฉลองจะยังคงไม่สดใส ถึงกระนั้นก็ตามผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารจะยังคงมีโอกาสขยายตัวได้อีกในปี 2025 นี้
ความเห็นสคต.
ถึงแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของฝรั่งเศสจะได้รับผลกระทบเนื่องมาจากการลงทุนที่ลดลงเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป แต่จะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมายังคงมีผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารหลากหลายชนิด ดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้นสามารถขยายตัวได้เป็นอย่างดี จากข้อมูลของสถาบันสถิติและเศรษฐศาสตร์แห่งชาติ-INSEE อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ของฝรั่งเศสปี 2024 อยู่ที่ร้อยละ 1.1 เช่นเดียวกันกับปี 2023 ในขณะที่คาดการณ์การเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2025 นี้ประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับร้อยละ 0.5 โดยมีอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยซึ่งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นไปที่ระดับร้อยละ 7.6 ในช่วงกลางปี
สถานการณ์เศรษฐกิจและการบริโภคฝรั่งเศสในปี 2025 นี้จะยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยขณะนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนของฝรั่งเศสยังคงเฝ้าระมัดระวังแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้ารายสำคัญของฝรั่งเศส เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบายด้านการนำเข้า-ส่งออกของฝรั่งเศสในอนาคตอันใกล้ ซึ่งทางสคต.กรุงปารีสจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและนำมาเรียนให้ทราบในโอกาสต่อไป
ที่มาของข่าว
Marie-Josée Cougard
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ Les Echos
https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/chocolat-redbull-et-ricard-les-champions-des-supermarches-en-2024-2142819