ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านในฝรั่งเศส ลดลงเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

ผลประกอบการตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านในฝรั่งเศสในปี 2024 คิดเป็นมูลค่า 23,000 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 6 จากปี 2023 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง    โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สองหลังจากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่สถานการณ์โควิด

บริษัทผู้นำตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในฝรั่งเศส ประกอบด้วย 4 บริษัทซึ่งมียอดขายรวมกันคิดเป็นสัดส่วนตลาดร้อยละ 95  ได้แก่

  1. ADEO (ฝรั่งเศส) ผลประกอบการปี 2024 คิดเป็นมูลค่า 4 พันล้านยูโร  –>> แบรนด์หลัก: Leroy Merlin (ยอดขายอันดับ 1) , Weldom (อันดับ 6), Bricoman
  2. Kingfisher (สหราชอาณาจักร) – 9 พันล้านยูโร  –>>  แบรนด์หลัก: Castorama (อันดับ 2), Brico Depot (อันดับ 3)
  3. Mousquetaires (ฝรั่งเศส) – 3 พันล้านยูโร –>> แบรนด์หลัก: Brico Marché (อันดับ 4), Brico Cash, Bricorama
  4. Bricolage (ฝรั่งเศส) – 1.9 พันล้านยูโร –>> แบรนด์หลัก: Bricolage (อันดับ 5), Briconaults

สถานการณ์ของห้างค้าปลีกสำคัญ

  • Leroy Merlin มียอดขาย 9.6 พันล้านยูโรรวมยอดขายทั้งจากห้างค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์ ลดลงร้อยละ 3.2 แต่ยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็นร้อยละ 39  ขณะที่ Weldom จากบริษัทเดียวกัน  เน้นตลาดผู้บริโภคในชุมชมเป็นห้างเดียวจากบรรดาห้างค้าปลีกทั้งหมดที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2  คิดเป็นมูลค่า 1,771 ล้านยูโร  แต่ยังคงต่ำกว่าจากระดับที่เคยเพิ่มขึ้นสูงเป็นอย่างมากในปีก่อนหน้า (+ร้อยละ 24 ปี 2023 และ +ร้อยละ 17 ปี 2022)
  • Castorama และ Brico Dépôt มียอดขายปี 2024 ในฝรั่งเศสคิดเป็นมูลค่า 3.8 พันล้านยูโร ลดลงร้อยละ 6.2 ในขณะที่ยอดขายของห้าง B&Q , Screwfix ในเครือบริษัทเดียวกัน ที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรลดลงเพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้น   ซึ่งช่วยให้ยอดขายทั่วโลกโดยรวมของ Kingfisher รักษาระดับไว้ได้ที่ 15.3 พันล้านยูโร   โดยนาย Thierry Garnier ผู้อำนวยการใหญ่ในฝรั่งเศสกล่าวว่าทาง Castorama กำลังอยู่ในช่วงปรับกลยุทธ์ เช่น การลดจำนวนพื้นที่ห้าง ปรับปรุงห้างให้มีความทันสมัยมากขึ้น  ขยายระบบแฟรนไชส์ และในบางสาขาของ Castorama จะปรับให้เป็น Brico Dépôt
  • Mr.Bricolage  มียอดขายจากจำนวนห้าง 1,000 สาขาทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องสองปีซ้อน โดยลดลงร้อยละ 7 ในปี 2024 และร้อยละ 4.4 ปี 2023

แนวโน้มตลาดและความท้าทายในปี 2025

นาย Guillaume Mulleret จากบริษัทวิเคราะห์ NielsenIQ คาดว่าตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในฝรั่งเศสจะยังคงหดตัวร้อยละ 2 เนื่องมาจาก :

  • ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง ทำให้ความต้องการปรับปรุงและตกแต่งที่อยู่อาศัยลดลง
  • โครงการรีโนเวตเพื่อการประหยัดพลังงานชะลอตัว เนื่องจากความยุ่งยากในการขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลที่เรียกว่า  MaPrimRenov   นอกเหนือจากนั้นรัฐบาลได้ลงมติปรับลดงบประมาณเงินช่วยเหลือในส่วนนี้โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
  • ราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นและปัญหาการกักตุนสินค้า

ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัว ได้แก่

  • Mr.Bricolage และ Weldom ขยายการลงทุนด้านโลจิสติกส์
  • Leroy Merlin และ Castorama ลดต้นทุนโดยตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานในตลาดค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศที่ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 80,000 คน
  • ร้านค้าขนาดเล็ก ควรมุ่งเน้นการขายออนไลน์และขยายบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในชุมชน

ความเห็นสคต.

หลังสถานการณ์โควิด ตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านในฝรั่งเศสเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการรีโนเวตที่พักอาศัยและการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น กระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งอาคารเก่าและโครงการใหม่ ทำให้ตลาดชะลอตัวต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง

ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างฝรั่งเศสไม่เพียงจะขายสินค้าสำหรับงานก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ขายสินค้าของตกแต่งบ้านด้วยเช่นเดียวกัน เช่น โคมไฟ พรม ผ้าม่าน กระจก และเครื่องเรือน ซึ่งเลือกมาตามแนวโน้มตลาด ดังนั้น เมื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว การนำเข้าสินค้าตกแต่งบ้านก็อาจลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการไทยควรใช้เพื่อปรับกลยุทธ์ เตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต เช่น พัฒนาการออกแบบสินค้าและเสริมสร้างการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้พร้อมรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะต่อไป

ที่มาของข่าว

Julia Lemarchand

ข้อมูลจาก Les Echos

https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/bricolage-les-enseignes-broient-du-noir-2155913

thThai